วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

[THE COUPLE] ตอนที่ 19 (ถูกตัด)



Chapter 19


          ตอนสายๆ สักประมานเกือบเก้าโมงหลังจากที่เราทำธุระส่วนตัว กินข้าวกันเสร็จเราก็ไปที่หาดละไมตามกำหนดการณ์ที่วางไว้นี่เป็นที่สุดท้ายที่เราจะบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีคือกูอยากกลับเมืองแห่งแสงสีกูแย่แล้วครับ ผมมองทิวทัศน์รอบๆ ก็พอจะรู้ว่าวิทยากรพอพวกผมมาหาดอีกด้านไม่ใช่ด้านครั้งที่ผมเคยมา....บรรยากาศดีๆ เลยพอจะทำให้ไม่นึกถึงอะไรได้บ้าง
          เราเก็บขยะเสร็จกันประมานเที่ยงแล้วกินข้าวกันอีกครั้ง ก่อนจะที่จะขึ้นรถดิ่งตรงกลับกรุงเทพทันที เพราะผมไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง(โดนไอ้เวรข้างๆ แย่งไป)เลยทำให้เวลาหลับนี่แทบกลายเป็นปลาทูคอหัก หมุนควงสามร้อยหกสิบองศา ปวดคอสัด!



          พอรู้ตัวอีกทีก็เข้ารั้วมหาลัยแล้ว ผมควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงเพื่อดูนาฬิกา...ตีสองสิบแปดนาที ผมมองนักศึกษาที่กำลังขนของลงบ้างก็ขับรถที่จอดไว้ที่มหาลัยกลับบ้าน บ้างก็พอกันขนกระเป๋าออกไปโบกแท็กซี่ข้างหน้า ผมลงรถแทบจะคนสุดท้ายก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับบ้านหรอก แต่ขี้เกียจไปแย่งกับคนอื่น ไหนจะต้องรอแท็กซี่อยู่ดีเพราะมันก็คงรับคนที่อยู่ก่อนหน้าผมหรือถ้าโชคไม่เข้าข้างอีกหน่อยมันก็อาจจะไม่รับผมเลยก็ได้

          ผมนั่งตาปรืออยู่ริมฟุตบาทตรงทางเข้ามหาลัยดีที่ผมมีแค่เป้ใบเดียวเลยไม่ลำบากมากนัก ส่วนเรื่องหาทางกลับบ้านนั้นแน่นอนว่ารถเมล์ตอนนี้คงเข้าอู่หมดแล้ว ตอนแรกกะจะโทรปลุกไอ้ฟงให้มารับแต่มันคงนอนตายไปแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าที่ที่พอจะไปได้ตอนนี้และเร็วที่สุดคงเป็น...คอนโดไอ้นาร์ต



          “ไง ไม่กลับบ้านเหรอ” ผมเงยหน้ามองรถเก๋งสีดำพร้อมกับคนที่ลดกระจกลงมาเพื่อคุยกับผม ไอ้ปิงปอง

          “อือ” ผมพยักหน้าตอบ


          “ไปแถวนี้ปะล่ะ อาจจะพอไปส่งได้นะ” มันว่าแล้วชี้เข้าไปด้านข้างคนขับ

ง่วงจะตายห่าน ขอไม่ปฏิเสธละกันนะ ผมรีบเดินเข้าไปนั่งในรถ ผมมองคนไม่ผิดอยู่แล้วมันนิสัยดีครับ ขนาดเคยคุยกับผมไม่กี่ครั้งยังอาสาไปส่ง


          “แล้วสรุปจะให้ส่งไหน?”


          “...คอนโด XX




          ผมถอนหายใจมองตึกสูงสิบกว่าชั้นตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจลากสังขารตัวเองเดินเข้าไปถ้าถามว่าทำไมผมเข้าไปได้ง่ายๆ ? ก็ผมมีคีย์การ์ดสำหรับเปิดปิดประตูนี่ครับ
          ไม่นานนักลิฟต์ก็พาผมมาหยุดที่ชั้นกลางของตึก ผมเดินไปยังหน้าห้องที่คุ้นเคย


          “โว้ยย” มันขยี้หัวตัวเอง มาป๊อดห่านไรตอนนี้วะไอ้เบน มึงหน้าด้านมาถึงหน้าห้องแล้วเนี่ยนะ!


ติ๊ง ต่อง


          ผมตัดสินใจกดออดห้องเรียกคนในห้อง มือขวากำสายสะพายของเป้แน่นจนมันชื้น
แต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้าของห้องคงจะไม่ได้สนใจ ก็แหงนี่มันตีสองเกือบจะตีสามแล้ว คือกูทำตัวมีมารยาทแล้วมึงไม่รับรู้ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะผมหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงมาเปิดประตู เสียงปลดล็อคดังผมเปิดประตูเดินเข้าไปช้าๆ ในห้องนั่งเล่นมีเพียงโคมไฟตัวเดียวที่เปิดไว้

          หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เอาไงดีผมนอนตรงนี้ดีมั้ยแล้วรีบหนีออกจากห้องตอนเช้าก่อนที่มันจะตื่น? อืม ก็ไม่เลวนะ
          ผมค่อยย่องเข้าไปในห้องนอน เปิดประตูท่ามกลางความมืดช้าๆ ดีที่มีแสงจากโคมไฟด้านนอกทำให้พอเห็นในห้องนอนรางๆ ผมแค่จะย่องมาเอาผ้าห่มที่ปกติมันยัดไว้ในตู้เสื้อผ้าเท่านั้นแหล่ะ เผื่อผมหนาว


กึก เคร้ง เคร้ง!

ซวยยันลูกบวชแล้วไหมล่ะกู!!!
ผมรีบก้มลงไปหยิบขวดห่าอะไรไม่รู้ที่ดันเผลอไปเตะจนมันกลิ้งดังไปโดนขาเตียง! แล้วมึงเสือกวางไว้ตรงนี้ทำห่าอะไรวะครับ! พอตั้งหลักได้ผมก็ลุกขึ้นมา













ทำให้เห็นว่าโคมไฟที่หัวเตียงถูกเปิดขึ้นแล้ว




          ไอ้นาร์ตลุกขึ้นมาจากใต้ผ้าห่ม มันหรี่ตามองผมก่อนจะทำท่าตกใจนิดหน่อย



“...อือ มีอะไรเหรอพี่นาร์ต เปิดไฟทำไม”



!!!

เคร้ง


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบแล้วมองไปยังวัตถุที่ผมปล่อยไปเมื่อกี้ เพราะแสงสว่างในห้องพอจะทำให้ผมเห็นว่าที่ผมทิ้งไปเมื่อกี้คือขวดน้ำแร่



“...กูคิดว่ามึงจะขอโทษกูซะอีก” ผมแค่นยิ้มพูดกับตัวเองเบาๆแล้วรีบหันหลัง แต่ยังไม่ทันที่จะวิ่ง


หมับ
“เบน” ไฟนีออนกลางห้องถูกเปิดขึ้น ผมมองไปยังคนเปิด ไอ้แอมแปร์ที่ทั้งตัวมีแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวก่อนจะหันมามองไอ้นาร์ตที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวที่ผมเห็นมันหยิบจากข้างเตียงมาพันรอบเอวเมื่อกี้ เศษถุงยางสองสามอันตกอยู่ตามพื้นให้ควายมาดูมันยังรู้เลยว่าแม่งเกิดอะไรขึ้น





“แอมแปร์ มึงออกไปได้แล้ว”


“ห้ะ?” อีกแล้ว


แบบนี้อีกแล้ว! พอปัญหาเกิดมึงก็ไล่อีกคนเพื่อให้กูเห็นว่ามึงยังแคร์กูบ้าง แต่แล้วยังไง!? ลับหลังกูมึงก็ไปเอากับมันอีก

ผมถีบไอ้เหี้ยนาร์ตจนมันล้มลงไปก่อนจะรีบวิ่งออกมา แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไวกว่ามันดึงข้อเท้าผมไว้จนผมล้มคางกระแทกพื้นอย่างจัง
เจ็บเหี้ยยย!!!

“ปล่อย-กู!” ผมตะโกนบอกแล้วดิ้นถีบไอ้คนข้างล่าง แต่มันก็จับขาผมสองข้างเอาไว้แล้วรีบเปลี่ยนจับมือผมไขว้หลัง นั่งกดทับขาผมไว้


“ไอ้เหี้ยนาร์ต!!!! ปล่อยกู!!!


“กูบอกให้มึงไสหัวออกไปไง!!!” ไอ้นาร์ตไม่สนใจผมมันหันไปตะคอกใส่ไอ้แอมแปร์ ไอ้แอมแปร์กัดปากตัวเองก่อนที่น้ำใสๆ จะเริ่มล้นออกมา ผมอาศัยจังหวะนั้นดิ้นออกมา

“อั่ก!” เพราะความแรงเท้าผมเลยไปโดนคางไอ้นาร์ตพอดี ผมรีบยันตัวเองให้ลุกขึ้นมองไอ้นาร์ตที่นอนกุมคางตัวเอง ผมเงยหน้ามองไอ้แอมแปร์ที่มองผมอยู่ก่อนแล้วแววตาที่มีแต่ความเกรี้ยวโกรธ ผมอยากจะกระชากตัวมันมาคุยด้วยให้มันรู้แล้วรู้รอดว่านี่มันความผิดกูเหรอ!! กูมาก่อนแล้วมึงมีสิทธิ์มาเกลียดกูเหรอ!! แต่ถ้าทำแบบนั้นผมรู้ว่ามันก็คงเหมือนเดิม.....


“มึงไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” ผมแค่นยิ้ม




“...เพราะกูจะไปเอง”


            พอแล้วนาร์ต

พอกันสักที





ผมใช้แรงทั้งหมดวิ่งออกมา พอเจอรถเมล์ผมเลยขึ้นเพื่อกลับมาบ้าน ผมไม่รู้ว่ามันจะวิ่งตามผมมารึเปล่าเพราะผมไม่ได้หันกลับไปมอง...และผมจะไม่กลับไปมองอีกแล้ว


สองขาก้าวขึ้นบันไดช้าๆ ก่อนจะเข้าห้องนอนที่คุ้นเคยของตัวเอง ผมล้มตัวนอนบนที่นอนมองเพดานด้านบนแต่ไม่นานภาพที่เห็นก็เริ่มเลือนรางน้ำตาที่ไม่รู้ไหลมาตอนไหนพรั่งพรูออกมาราวกับว่ามันจะไม่ได้ไหลอีกแล้ว ผมปาดมันออกแต่ก็ไม่ได้ผลในเมื่อมันก็ไหลใหม่อยู่ดี

“ฮึก...” ผมรีบเอามืออุดปากตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลออกมาไม่หยุด แสบจมูกจนหายใจไม่ออก


“ฮือ...ฮึก” ที่ผ่านมาคืออะไรวะนาร์ต


“ฮึก ....ฮืออ”  ที่กูรักมึง..


“ฮือ...ฮึก”


“ฮึก ....ฮืออ”  มันยังไม่พอใช่มั้ย


ใช่ ทั้งวันของวันนั้นผมได้ยินแต่เสียงสะอื้นของตัวเองดังอยู่ในห้อง มีเพียงเสียงนั้นกับน้ำตาที่อยู่กับผมเสมอ...






[Ampere part]

ผมนอนกลิ้งบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ในห้องพี่นาร์ต เพราะทางมหาลัยจัดกิจกรรมไปบำเพ็ญประโยชน์แต่ผมไม่ไปโดยการทำอย่างอื่นแทน ซึ่งนั่นมันก็คุ้มผมรู้ว่าพี่นาร์ตทะเลาะกับไอ้เบนมาสักพักแล้วแล้วนี่ก็คือโอกาสของผม ผู้ชายที่ทำตัวขวางโลกที่ผมรู้จักครั้งแรกตอนเฮียพาไปร้านเหล้าด้วย แค่สบตามันก็ทำให้ผม อยากได้แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธอะไรผม แต่หลังจากนั้นไม่นานเฮียก็บอกผมว่าพี่เขามีแฟนแล้ว ตอนแรกคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครถึงได้หยุดผู้ชายคนนี้ได้แต่พอรู้ว่าเป็นเบนจามิน เด็กในคณะผมก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน

ผมมองคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ ผมสีดำถูกเสยขึ้นช้าๆ ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปกอดเอวคนตัวสูงเอาไว้


“พี่นาร์ตวันนี้ไปดูหนังกันนะ” ผมอ้อน


“อยากไปไหนก็ไป” พี่นาร์ตพูดก่อนจะแกะมือผมออก ผมมุ่ยหน้า เพราะผมเป็นลูกคนเล็กเลยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เพราะฉะนั้นผมเลยติดนิสัยที่อยากได้อะไรก็ต้องได้


“นี่แอมอุตส่าห์มาหาพี่นะ”


“ก็มึงมาเองนี่”


“พี่นาร์ต!!!” ใช่พอผมรู้ว่าไอ้เบนไม่อยู่ ผมก็รีบมาหาเขาที่คอนโด แต่แล้วยังไงในเมื่อเขาก็ไม่ได้ว่าที่ผมไม่หา? แล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธร่างกายของผม



“...อย่าพูดมากได้ไหม” ผมเดินไปก่อนจะกระชากท้ายทอยคนตรงหน้าลงมาเพื่อประกบจูบ ผมขบเม้มริมฝีปากสีซีดก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปทักทาย มือหนาเลื่อนมาบีบบั้นท้ายผมก่อนจะลูบเบาๆ


“อ่า....อ๊ะ” ผมฉุดให้อีกคนตามมาก่อนจะนอนไปบนเตียง พี่นาร์ตตามมาค่อมผมไว้ทันที ผมยกแขนไปคล้องคอคนตรงหน้า

“อื้ออ” ลิ้นร้อนๆไล้ตามเรียวคอของผม ก่อนที่เสื้อและกางเกงของผมจะหลุดออกไป....




“แฮก แฮก” สาม สี่ หรือห้ารอบก็ไม่รู้ที่เราทำกัน ผมมองนาฬิกาบนผนังนี่ก็เกือบตีสองแล้ว พี่นาร์ตผละตัวออกไปก่อนจะนอนอยู่ข้างๆ ผมรู้สึกเหนียวตัวเลยลุกไปอาบน้ำอีกครั้งบอกเลยว่าเจ็บมาก แถมปวดไปทั้งตัวเซ็กส์กับนาร์ตซีไม่ได้ง่ายแบบที่คิดหรอก พี่นาร์ตทั้งดิบ จะอ่อนโยนก็คงเป็นบางครั้ง แต่จะขอให้เขามาช่วยพยุงผมน่ะเหรอทำไมผมจะไม่เคยทำ ผมพูดก็แล้วเอาแต่ใจก็แล้วแต่พี่เขาก็ไม่ช่วยผมอยู่ดี ผมนุ่งบ็อกเซอร์ที่หยิบได้จากหน้าประตูก่อนจะล้มตัวนอนข้างๆ ผมหนุนแขนคนข้างๆเอาไว้




เพราะแสงไฟจากไหนไม่รู้เลยทำให้ผมลืมตาขึ้นมา อะไรอีกล่ะ นี่กูเพิ่งจะได้นอน

“...อือ มีอะไรเหรอพี่นาร์ต เปิดไฟทำไม”

ผมลืมตาขึ้นมาเพราะมันมืดเลยทำไม่ให้ไม่เห็นอะไรชัดมาก แต่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ในห้องตรงปลายเตียง


“...กูคิดว่ามึงจะขอโทษกูซะอีก” พอสิ้นเสียงคำนั้นพี่นาร์ตก็รีบลุกออกไปคว้ามือคนตรงหน้า


“เบน” ผมเปิดไฟเพื่อจะช่วยให้มันเห็นอะไรดีขึ้น ก่อนจะลุกขึ้น ใช่ เบนจามิน ผมดีใจที่มันมาเห็นสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ แต่ผมก็เจ็บ! ที่พี่นาร์ตทำท่าเหมือนแคร์มันขนาดนั้น


“แอมแปร์ มึงออกไปได้แล้ว”


“ห้ะ?” ผมอึ้ง ทำไม ทำไมเขาถึงไล่ผม!! ทั้งที่เราเพิ่งจะ... เป็นผมอีกแล้วเหรอที่ต้องไป แล้วทีมันล่ะ!! มันเคยเข้าใจพี่ มันเคยยอมพี่แบบที่ผมยอมบ้างมั้ย!!

ไอ้เบนตีหน้านิ่งแล้วถีบพี่นาร์ตจนล้มไถลลงไปแล้วทำท่าจะวิ่งแต่พี่นาร์ตดึงขามันไว้จนมันล้มหน้ากระแทก

“ปล่อย-กู!” ไอ้เบนตะโกนออกมาเสียงดังดิ้นขลุกขลักแต่พี่นาร์ตก็พยายามกันมันไว้ มันทำท่าเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ ...แต่ผมนี่สิ ผมกำมือตัวเองแน่นน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา ทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งๆ ที่เขากำลังทะเลาะกันแต่ทำไม


“ไอ้เหี้ยนาร์ต!!!! ปล่อยกู!!!


“กูบอกให้มึงไสหัวออกไปไง!!!” พี่นาร์ตหันมาตะคอกใส่ผม กูเกลียดมึง ไอ้เหี้ยเบนจามิน กูเกลียดมึง!!!!!!!



“อั่ก!” พอเผลอมันก็ถีบคางพี่นาร์ตอย่างแรง มันลุกขึ้นมามองหน้าผมนิ่งๆ ผมกัดปากตัวเองจนห้อเลือด ผมเกลียดจนอยากจะฆ่ามัน!!


“มึงไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” มันแค่นยิ้ม




“...เพราะกูจะไปเอง” แล้วมันก็ทำแบบที่มันพูด มันรีบวิ่งออกไป พี่นาร์ตไม่ได้ตามมันซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดี ขาทั้งสองข้างของผมเหมือนไม่มีแรงพอจะยืนไหว ผมทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา



“ฮึก ฮืออ ”



“อย่าร้องได้ไหม รำคาญ!!



“พี่ไล่แอม พี่กล้าไล่แอมเหรอ!!” ผมอดไม่ได้ หันไปตะคอกอีกคนที่นั่งอยู่บนพื้น



“...” ไม่มีเสียงไหนตอบกลับมา



“พี่นาร์ต!!!!


“...”


ไม่ ไม่สิ ผมต้องไม่ร้องไห้ ผมปาดน้ำตาออกลวกๆ ที่มันพูดเมื่อกี้ มันบอกว่ามันจะไป หมายความว่ามันต้องเลิกกับพี่นาร์ตแน่ๆ ใช่ ผมจะมัวมานั่งคิดเล็กคิดน้อยไม่ได้ นี่มันคือโอกาสของผม

“แอมรักพี่นะ ฮึก” ผมลุกเข้าไปกอดคนตรงหน้า ปล่อยโฮออกมา พี่นาร์ตไม่ได้ผลักผมออกผมก็กอดเขาไว้แบบนั้น






[Vegas part]


“แม่ วันนี้ทำอะไรกินอ่ะ” พอกลับมาถึงบ้าน ไม่ทันที่จะถอดรองเท้าเสร็จผมก็ถามแม่ออกไป แต่พอเห็นอีกคนเดินวนไปวนมาเหมือนกังวลอะไรสักอย่าง



“แม่ เป็นอะไรครับ?” ผมรีบเดินไปหาท่าน แม่รีบกุมมือผมเอาไว้ สีหน้าดูกังวลมาก



“กัส เบน เบนกลับมาแล้วลูก แต่ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ว่าตั้งแต่เช้าเบนยังไม่ยอมลงมาเลยแม่เรียกลงมากินข้าวก็ไม่ยอมมา พอเคาะประตูห้องเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด แม่ แม่จะทำอย่างไงดี”



“แม่ ใจเย็นๆ นะ มันไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวกัสเอาข้าวขึ้นไปให้มันเอง แม่ไปเตรียมนะ” ผมมองดูนาฬิกา สามทุ่มกว่า ผมใช้นิ้วกดลงตรงหัวตาก่อนจะนวดเบาๆ มึงเป็นอะไรอีกล่ะเบนจามิน?



ก๊อก ก๊อก
ผมเคาะประตูจากห้องที่ถัดจากตัวเองไป แต่เป็นแบบที่แม่บอก มันไม่มีท่าทีว่าจะออกมาสักนิด ผมตัดสินใจเดินเข้าห้องตัวเอง เคาะให้มือหักตายมันก็ไม่ออกมาเปิดหรอกครับลองมันทำตัวแบบนี้แล้ว เพราะบ้านนี้ไม่ค่อยก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของกันกุญแจสำรองคือเป็นของเจ้าของห้องเพียงคนเดียวผมเดินออกไปที่ระเบียงก่อนจะปีนไปที่ระเบียงห้องข้างๆ ผ้าม่านอีกด้านถูกเปิดออกเผยให้เห็น...ซากผีดิบ? นั่งพิงขอบเตียงหันหน้าออกนอกหน้าต่าง


ก๊อก ก๊อก
ผมเคาะประตูกระจกเลื่อนตรงหน้าเบนจามิน มันสบตากับผมก่อนจะลุกไปปิดผ้าม่าน เอ้า ไอ้ห่านี่! ผมเคาะกระจกอยู่อย่างนั้น แต่หลังๆ พอมันไม่เปิดนเริ่มเตะด้วยความหงุดหงิด


“ไอ้สัด มึงเปิดเดี๋ยวนี้เลย!!” ผมตะโกน เอาสิมึงไม่เปิดกูก็เตะมันแบบนี้แหล่ะ ไม่นานประตูกระจกก็ถูกเลื่อน ผมรีบเบี่ยงตัวเองเข้าไปข้างในทันทีเดี๋ยวมันปิดน่ะสิครับ

ผมเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาของอีกคน ผมยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าอิดโรย ตาบวมแดงก่ำ สภาพมันตอนนี้ทำเอาผมหายใจติดขัด


“ไอ้เหี้ยนาร์ตทำอะไรอีก” ผมเอ่ยถามหลังจากที่เรายืนหันหน้าเข้าหากันมานาน


“...” ไม่มีเสียงไหนตอบกลับมา มีเพียงน้ำใสๆที่เริ่มเอ่อล้นไหลออกมา แค่ได้ยินชื่อมันมึงก็เป็นขนาดนี้แล้วเหรอ...


“มึงจะทำร้ายตัวเองกูไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่ามาทำร้ายแม่กู มึงไม่กินข้าวกินปลาเลยแม่กูเป็นห่วงนะ ถึงจะไม่กินก็ลงไปข้างล่างให้เขาเห็นหน้าเห็นตามึงบ้าง” ผมพูดก่อนจะวางถาดข้าวไว้บนโต๊ะหวังว่ามันจะกินบ้าง สักคำก็ยังดี


“...” มันทรุดตัวนั่งลงพิงขอบเตียงเหมือนเดิม ผมทรุดตัวนั่งลงข้างๆ  พอเห็นคนตรงหน้าเจ็บเท่าไหร่ ผมเองก็เจ็บไม่ต่างกัน



“พอเถอะเบน มึงเลิกรักมันได้แล้ว มันไม่คู่ควรกับมึงสักนิด” ผมได้แต่กำมือแน่น รู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว ไอ้เหี้ยนาร์ตทำอะไรถึงขนาดไหนกัน ทำไมไอ้เบนถึงเป็นได้ขนาดนี้


“...ออกไป กูอยากอยู่คนเดียว” เสียงแหบพร่าพูดออกมา นี่มันได้กินน้ำบ้างสักหยดมั้ยเนี่ย ผมดึงแขนให้มันหันมามองผม แต่มันก็สะบัดออก


“เบน...สัญญากับกูสิว่าจะเลิกกับมัน”


“ออกไปสักที”


“เบนจามิน!!


“กูบอกให้ออกไปไง!!!!!” ผมโมโหมาก ผมทนไม่ไหวแล้ว ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนที่ไอ้นาร์ตคิดทุกอย่าง ผมทนไม่ไหว ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะทำมันกำลังทำให้ชีวิตไอ้เบนเคว้งคว้างก็ตาม



“เบนมึงฟังกูนะ มึงต้องฟังกู!!!” ผมกระแทกเสียงแบบที่ไม่เคยทำกับมันมาก่อน มันตกใจแล้วยอมหันมามองผม



“ไอ้นาร์ต ไอ้เหี้ยนาร์ตซีมันไม่เคยรักมึงเลย! มันไม่เคยรักมึงสักนิด มันก็แค่แผนการเหี้ยๆ ที่อยากทำให้มึงเจ็บปวด มันแค่อยากแก้แค้นมึงกับลุงยุทธ”



“มึงพูดอะไร” มันมองหน้าผมอึ้งๆ



“มึง...”


“...”


“ไอ้นาร์ตเป็นลูกแท้ๆ ของลุงยุทธ แล้วมึงก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา” 




!!!!
ใบหน้าอิดโรยดูตกใจมาก แววตาโตสับสนไปหมด



“มึงพูดเหี้ยอะไร ไอ้กัส มึงพูดอะไร!!!!


“มึงต้องทำใจยอมรับให้ได้เบน ไอ้นาร์ตเป็นลูกลุงยุทธ!! มันเกลียดที่มึงแย่งทุกอย่างไปจากมัน มันก็แค่เกมโง่ๆที่มันสร้างขึ้นมา”



“มึง มึงพูดเหี้ยอะไร!!!!!” มันส่ายหน้าไปมา ผมพยายามดึงมันเข้ามากอด ผมรู้ว่าตอนนี้มันอ่อนแอมากแต่ถ้าไม่บอกความจริงตอนนี้มันก็จะกลับไปอยู่ในวงจรที่ไอ้นาร์ตสร้างขึ้นมาอีก มันทั้งดิ้น ทั้งจิกเพื่อจะให้ผมปล่อยมัน


“เบน!!” ผมตะโกนทันทีที่มันหลุดจากผมก่อนจะวิ่งออกจากห้อง ผมรีบวิ่งตามมันลงไปข้างล่างเห็นว่าแม่ยืนเอามือกุมปากไว้อย่างตกใจ ผมมองคนที่มาใหม่ตรงหน้าไปเบน


ไอ้นาร์ตซี


ไอ้เบนร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนน่ากลัว เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วบ้าน ผมไม่เคยเห็นมันร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน



“เบน” ไอ้นาร์ตเอ่ยเบาๆ ไอ้เบนรีบผลักคนตรงหน้าออกก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไป ไอ้นาร์ตกำลังจะวิ่งตาม แต่ผมรั้งแขนมันไว้ก่อน


“ปล่อยกู” มันหันมามองตาขวางใส่ผม


“มึงตั้งหากที่ต้องปล่อยมัน!” ผมตะคอก แม่ผมเริ่มร้องไห้ออกมา


“แล้วมึงเสือกอะไรด้วย!!



พลั่ก ตุ๊บ

“อั่ก”



“กัส!!!!!!!” เสียงแม่ผมกรีดร้อง เมื่อไอ้นาร์ตเข้ามาต่อยผม ผมถีบมันกลับ ก่อนจะสวนหมัดไป มันหลบทันก่อนจะชกเข้าที่หน้าผมอีกครั้ง


“พอ พอได้แล้ว ฮือ พอ!!!!! นาร์ต ฮึก ป้า ฮืออออ ป้าขอร้อง นาร์ต อย่าทำน้องเลยนะ ฮือออ” แม่ผมรั้งแขนไอ้นาร์ตไว้ น้ำตาของท่านนองเต็มหน้า มันหันมามองหน้าผมก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไป

.
.


ผมนั่งตรงโซฟามาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว ไม่รู้ป่านนี้เบนจะเป็นยังไงบ้าง ผมพลาดที่ดันไปคุยกับไอ้นาร์ตแทนที่จะตามเบนไป แม่เอาแต่ร้องไห้ก่อนที่จะทำแผลให้ผม


“แม่ ผมไม่เป็นไร อย่าร้อง” ใบหน้าของท่านมีแต่ความกังวล


“บอกแม่ได้ไหม พวกเราเป็นอะไร ทำไมเบนถึงร้องไห้ขนาดนั้น ทำไมนาร์ตถึงชกลูก ทำไม เกิดอะไรขึ้นกัส”


“...”


“กัส!


“...แค่เราทะเลาะกันน่ะครับ” ผมได้แต่โกหกออกไป 








ไม่มีต่อแต่กลับไปคอมเม้นต์ได้ปะล่ะ T^T



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น